อาทิตย์. พ.ค. 19th, 2024

‘ไม้’ เป็นวัสดุที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในวิธีการดูแลที่ยืดอายุให้แก่วัสดุไม้ได้ดีที่สุดคือการทาสีไม้ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถประมาณงบและเวลาได้ง่ายเพียงอาศัยความใส่ใจและความชำนาญ

เมื่อต้องทาสีไม้จะใช้สีประเภทใด มีเทคนิคการทาอย่างไรให้ติดทน สู้แดด และสวยงามให้ได้นานที่สุด เฌอร่าเข้าใจคุณทุกเรื่องบ้านและได้ค้นหาคำตอบมาให้คุณได้ลองประยุกต์ใช้กับบ้านไม้โมเดิร์นในฝันที่กลายเป็นความจริง

รู้จักสีงานไม้ตามประเภทการใช้งาน

สีงานไม้คือ สีที่ใช้สำหรับย้อม ทา หรือโป๊วงานไม้โดยเฉพาะ โดยส่วนใหญ่จะกันน้ำซึมเข้าเนื้อไม้ควบคู่ไปกับมีการระบายอากาศให้น้ำระเหยจากเนื้อไม้ได้ มีความยืดหยุ่นตามการหด-ขยายตัวของไม้ตามความชื้นในอากาศ รวมถึงมีความทนทานต่อสภาพอากาศ สีทาไม้จึงช่วยเสริมความแข็งแรงแก่ผิววัสดุไม้ สามารถป้องกันการรั่วซึม ช่วยผ่อนแรงการดูแลรักษา และตกแต่งสีสันหรือขับลายให้โดดเด่นตามที่ชื่นชอบ การเลือกใช้สีทาไม้ให้เหมาะกับงานไม้จึงเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆ เพื่อให้ไม้สวยได้ดั่งใจ

สีย้อมไม้ หรือ สีวู้ดสเตน

สีย้อมไม้หรือสีวู้ดสเตน คือสีลักษณะโปร่งใสที่ใช้เพิ่มความสวยงามของลวดลายไม้ รักษาสภาพเนื้อไม้ให้ทนทานต่อแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเล็ต รวมถึงสามารถชุบชีวิตไม้เก่าให้กลับมาสดใสอีกครั้ง โดยมีให้เลือกใช้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน และเลือกระดับสัมผัสเงา-ด้านได้เช่นกัน

การใช้สีย้อมไม้ต้องอาศัยความชำนาญในการทารีดสีไปตามลายไม้อย่างต่อเนื่อง สามารถทาได้โดยไม่ต้องลงสีรองพื้นและไม่ควรทาสีอื่นทับหน้า โดยสีย้อมไม้ทั่วไปจะมีอายุประมาณ 2 – 4 ปีจากนั้นสีจะเข้มขึ้นหรือเริ่มเสื่อมสภาพ หากต้องการซ่อมแซมสีสามารถใช้กระดาษทรายขัดสีเก่าออกก่อน แล้วจึงทาสีย้อมไม้ประเภทเดียวกันทับลงไป

สีทาไม้

สีทาไม้เป็นสีลักษณะทึบแสงสำหรับเคลือบเงาไม้หรือปกปิดพื้นผิวเดิม มีทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน โดยทั่วไปนิยมใช้สีทาไม้สูตรน้ำมันเนื่องจากใช้งานได้ยาวนานกว่า โดยเนื้อสีจะเป็นฟิล์มทึบเงามันและแห้งช้าเคลือบอยู่บนผิวไม้เพื่อปกป้องเนื้อไม้ให้ทนทานต่อสภาพอากาศและรักษาความสดของสีไม้ได้ยาวนาน

การใช้สีทาไม้จึงเหมาะกับงานที่ต้องการปกปิดลายไม้และแต่งสีสันตามที่ต้องการ โดยเนื้อสีเป็นฟิล์มทึบทำให้ไม่ซึมลงในเนื้อไม้ดังเช่นสีย้อมไม้ โดยทั่วไปสีทาไม้จะต้องทาให้ทั่วก่อน จากนั้นผึ่งลมให้แห้งก่อนจะทาสีเดิมซ้ำอีกครั้งเพื่อให้สียึดเกาะผิวได้ดีขึ้น ไม่ลอกร่อนก่อนเวลาอันควร และได้เฉดสีที่ต้องการ นอกจากนี้ ก่อนทาสีทาไม้ควรทาสีรองพื้นไม้กันเชื้อราเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การดูแลรักษาไม้

นอกจากนี้ ก่อนใช้สีทาไม้ยังจำเป็นต้องใช้งานสีงานไม้อีก 2 ประเภทเพื่อให้การทาสีไม้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ได้แก่ สีรองพื้น สำหรับใช้รองพื้นไม้ก่อนลงสีทาไม้อะครีลิคหรือสีน้ำมัน ซึ่งมีเม็ดสีละเอียด ปิดพื้นผิวได้เรียบเนียน และเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า ตลอดจนเสริมคุณสมบัติป้องกันเชื้อราไว้แล้ว โดยก่อนลงสีรองพื้นสามารถลงน้ำยารักษาเนื้อไม้เพื่อปกป้องเนื้อไม้ภายในจากแมลงกินไม้อีกหนึ่งชั้น และ สีโป๊วไม้ สีที่ใช้ปิดรอยชำรุดต่างๆ ที่ผสมเฉดสีให้กลมกลืนกับเนื้อไม้ โดยสามารถอุดร่องรอยขนาดเล็กบนผิวไม้ เช่น รอยหัวตะปูและรอยบิ่นชำรุดจากการใช้งานได้

เทคนิคทาสีไม้ให้ติดทน สู้แดด และสวยงามข้ามกาลเวลา

เมื่อเลือกประเภทสีงานไม้ให้เหมาะกับจุดประสงค์แล้ว การทาสีไม้ให้ติดทน สู้แดด และยืดอายุความงดงามไว้ให้นานที่สุดจึงต้องอาศัยเทคนิคหลากหลาย เริ่มแรกควรอ่านคำแนะนำข้างกระป๋องบรรจุภัณฑ์ของสีชนิดนั้นๆ และสามารถศึกษาเทคนิคเพื่อคงสภาพสีและเนื้อไม้ให้ได้ดีที่สุด

เตรียมพื้นผิวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

สีทาไม้เป็นสีเคลือบผิวชนิดฟิล์มซึ่งจะยึดเกาะดีกับผิวไม้ที่เรียบ ดังนั้นก่อนทาสีควรซ่อมแซมผิวเนื้อไม้ก่อน เช่น ใช้กระดาษทรายขัดผิวเพื่อลบรอยขูดขีดหรือขัดสีเดิมออกให้เกลี้ยง เช็ดฝุ่นจากกระดาษทรายด้วยผ้าชุบน้ำแล้วรอจนแห้งสนิทก่อนลงสีใหม่ หากใช้สีทาไม้แบบทึบแสงควรลงสีรองพื้นก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อราและรักษาผิวไม้ให้แข็งแรงอย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำคัญคือควรเลือกเบอร์กระดาษทรายให้เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลบพื้นผิวเดิมได้หมดจดให้สีรอบใหม่ยึดติดได้ดียิ่งขึ้น

ใช้งานแบบไหน เลือกสีแบบนั้น

การเลือกประเภทสีงานไม้จะช่วยยืดอายุการใช้งานไม้ได้ โดยสีย้อมไม้มีลักษณะโปร่งใสช่วยยืดอายุการใช้งานเนื้อไม้และปลุกชีวิตไม้เก่าให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง รวมถึงไม่จำเป็นต้องทาบ่อยครั้ง ในขณะที่สีทาไม้มีลักษณะทึบแสงสำหรับปกปิดผิวเดิม ไม่ต้องการโชว์เนื้อไม้ แห้งช้า และจำเป็นต้องทา 2 รอบให้สีติดทนนาน เว้นระยะห่างระหว่างรอบประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงให้สีแห้งสนิท ซึ่งสีทาไม้ที่รองพื้นแล้วจะช่วยกันเชื้อราและตะไคร่น้ำได้

พึงระวัง สีสองสูตรอยู่บนผิวไม้เดียวกันไม่ได้

ข้อควรระวังสำคัญของการทาสีไม้คือ สีสูตรน้ำและสีสูตรน้ำมันทาทับกันไม่ได้ เช่น หากจะทาสีอะครีลิคที่เป็นสีสูตรน้ำทับบนไม้ที่ทาสีสูตรน้ำมันมาก่อนก็จำเป็นต้องขัดสีเก่าออกให้เกลี้ยงก่อน เนื่องจากการใช้สีคนละสูตรอาจก่อให้เกิดปัญหาพื้นสีบวมหรือเกิดเชื้อราในเนื้อไม้

หากไม่ทราบว่าไม้เดิมนั้นใช้สีสูตรใดปิดผิว สามารถทดสอบด้วยการนำสำลีชุบแอลกอฮอล์ถูบนผิวไม้ หากมีสีติดสำลีแสดงว่าเป็นสีอะครีลิค ดังนั้นหากจะทาสีสูตรน้ำมันทับก็จำเป็นต้องขัดผิวเดิมออกให้หมดก่อน และหากเปลี่ยนจากสีสูตรน้ำมันเป็นสีอะครีลิคก็ต้องลงสีรองพื้นป้องกันเชื้อราเป็นชั้นแรก เพื่อกันเชื้อที่ไม่พึงประสงค์และเพิ่มการยึดเกาะของสี

จับคู่ สีสูตรเดียวกัน – ตัวทำละลายชนิดเดียวกัน

นอกจากสีสองสูตรจะอยู่บนไม้เดียวกันไม่ได้แล้ว สีรองพื้นและสีทับหน้าต้องเป็นตัวทำละลายชนิดเดียวกันเท่านั้น เนื่องจากตัวทำละลายคนละประเภทก็ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผิวไม้ได้เช่นกัน เช่น สีรองพื้นผสมน้ำมันสนจำเป็นต้องใช้กับสีทาไม้ผสมน้ำมันสน หากใช้สีทาไม้ที่ตัวทำละลายเป็นทินเนอร์ทับสีรองพื้นผสมน้ำมันสนจะก่อปฏิกิริยาให้พื้นสีบวม ดังนั้นการอ่านรายละเอียดและคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้

ปิดท้ายด้วยน้ำยาเคลือบสีไม้

น้ำยาเคลือบสีไม้จะช่วยรักษาผิวไม้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น และขับผิวไม้ให้มันเงาโดดเด่น ควรเผื่อเวลาให้น้ำยาเคลือบไม้แห้งสนิทประมาณ 72 ชั่วโมงก่อนใช้งาน

นอกจากเทคนิคเหล่านี้ คุณสามารถปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสีที่ตอบโจทย์การใช้งานให้ได้มากที่สุดได้โดยมีเช็คลิสต์เหล่านี้เป็นคู่มือเบื้องต้นในงานทาสีไม้ให้ติดทน สู้แดด และสวยงามข้ามกาลเวลา หากคุณกำลังมองหาแผ่นวัสดุทดแทนไม้ในสัมผัสธรรมชาติ เฌอร่า ผู้ผลิตวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ทดแทนไม้มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ออกแบบสีและลวดลายให้ลงตัวกับทุกสไตล์บ้าน พร้อมด้วยคุณสมบัติโดดเด่นเหนือไม้ธรรมชาติ กันปลวกและแมลง ทนความชื้น รองรับการใช้งานทั้งภายในและภายนอก รวมถึงมีมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คุณได้เพิ่มมิติคมชัดให้บ้านสวยงดงามยิ่งขึ้น สามารถชมผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์สำหรับทำให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องง่ายได้ที่ https://www.shera.com/products